วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เพิ่ม user ล๊อกอินวินโดสว์แบบ Primary Domain ด้วย Zimbra Admin UI

การบริหาร user ในระบบเน็ตเวิร์กที่มีให้บริการหลายเซิร์ฟเวอร์เช่น Login Windows (PDC) , Authenticated ระบบ Log ตามพรบ. คอมพิวเตอร์, Username E-mail เป็นต้น ถ้าในระบบนั้นไม่มีเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Authenticated  ผู้ดูแลระบบจะต้องเพิ่ม username ในแต่ละเซิร์ฟเวอร์เอง ทางฝั่งผู้ใช้งานหากแต่ละเซิร์ฟเวอร์ใช้พาสเวิร์ดไม่เหมือนกัน ย่อมมีความยุ่งยากที่จะจดทำพาสเวิร์ด และเบื่อหน่ายในการเข้าใช้งานได้ง่าย ๆ
Samba ใข้ UserName จาก Zimbra

ถ้าคุณใช้ Zimbra Mail ในเครือข่ายนั้นอยู่แล้ว ใช้ ZCS เป็น Authenticated Server ได้เลย ด้วย OpenLdap ที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Zimbra จะช่วยให้จัดการ user ได้ง่ายขึ้นลดความซ้ำซ้อนของการตั้ง username ในหลายเซิร์ฟเวอร์ได้ผลดีนัก



ตัวอย่าง demo Samba Primary Domain ด้วย Zimbra Mail


Howto :

UNIX and Windows Accounts in Zimbra LDAP and Zimbra Admin UI 6.0

Zimbra SUSE and Windows Account Part1

Zimbra SUSE and Windows Account Part2

HOWTo replace AD+Exchange with Samba+Zimbra




หรือต้องการ Setup ติดต่อ Mail: tawich.it3@gmail.com

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Review Zimbra Collaboration Suit 7 Beta 3




และแล้วเราก็ได้เห็น ZCS ภายใต้โลโกของ vmware ในรุ่นโอเพนเซอร์สเวอร์ชั่น 7  ที่ตอนนี้ยังเป็น beta3 อยู่ คลายความวิตกกังวลของผู้ใช้สาวกของ zcs และพาร์ทเนอร์ทั้งหลายของ zimbra ลงไปได้เยอะทีเดียว ที่มีความวิตกกันว่าเมื่อ zimbra อยู่ภายใต้การดูแลของ vmware แล้ว ตัว opensource และบรรดา community ยังจะได้รับการเหลียวแล ให้การสนับสนุนอยู่ต่อไปหรือไม่ ตัว zcs opensource version 7 จึงออกมาสร้างความประทับใจและความสบายใดของสาวกได้ไม่น้อยทีเดียว

Zimbra Opensource Version 7 นี้ออกมาในโค๊ดเนมว่า "Helix" มีการปรับปรุงใหม่หลายส่วนเพื่อเอาใจผู้ใช้งานโดยเฉพาะ ทั้งมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเครื่องมือใหม่ ปรับการแสดงผลให้เป็นแบบเวอร์ชวลปุ่มแสดงลอยเด่น สีพื้นแบคกราวด์ดูเข้มแข็งเอาจริงเอาจังมีพลังเริ่มตั้งแต่หน้าจอล๊อกอินกันเลยทีเดียว เปลี่ยนโลโกจากแดงขาวเป็นเทาขาว แสดง vmware อย่างชัดเจน ไม่ใช่แต่เพียงหน้าตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป zcs ยังได้เพิ่มความสามารถใหม่ ๆ เข้ามาในเวอร์ชั่นนี้อีก หลายอย่าง เช่น
Some of the planned features include: 

  • Ability to "undo" email operations
  • Conveniently located People Search makes it easy to search the GAL
  • Re-designed calendar screens to make it easier than ever to create appointments and meetings
  • A Scheduling Wizard to help with finding a meeting date + time
  • Forward Contacts as vCard
  • Improved Signature controls
  • Core component updates and taking advantage of the VMware vSphere "heartbeat" Health Monitor

หน้าจอการ login ที่ปรับเปลี่ยนใหม่หมดทั้งโลโก สีพื้นข้อความ เพิ่มโลโก vmware อย่างชัดเจน แสดงความเป็นเจ้าของด้วย Copyright  ข้อความสุดของหน้าจอด้านล่าง ยังมีลิงค์ไปยังระบบความช่วยเหลือของ zimbra เหมือนเดิม

ตัวเลือก Version มีแบบ Default , Advanced Ajax, Standard (HTML), Mobile เป็นตัวเลือกการเข้าใช้งาน

ยกเครื่องหน้าจอเว็บใช้งานกันใหม่ เพื่อความสวยงามมีสไตล์ และสะดวกต่อการใช้งาน โดยจัดเครื่องมือใช้งานไว้เป็นหมวดหมู่อย่างลงตัว

แถบด้านบนสุดเป็นเอกลักษ์ด้วยโลโกและข้อความ Zimbra Web Client ชื่อผู้ใช้งานจะปรากฏอยู่บนแถบด้านขวามือพร้อมกับเมนู Help เรียกใช้ได้ทันทีเมื่อมีข้อสังสัย และปุ่ม Log Out อยู่ระนาบเดียวกัน บนแถบแรกนี้ zcs ได้เพิ่มช่องค้นหาชื่อจาก Global Address List เพียงระบุชื่อที่ต้องการลงไป และคลิกใช้งานจะเปิดหน้าต่างอีเมล์พร้อมส่งได้ทันที

ถัดมาเป็นแถบโปรแกรมใช้งาน Mail, Address Book, Calendar, Task, Briefcase,Preferrence, และเพิ่ม Social เข้ามาเสริม โดยการออกแบบเป็นปุ่มลอยเห็นเด่นชัด ให้ความสวยงามน่าเรียกใช้ขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่ออกแบบเป็นแถบเอกสาร ขวามือสุดแสดงความเป็น vmware อย่างเด่นชัดที่สุด

การเรียกใช้งานก็ดี การแสดงผลเมื่อคลิกที่ปุ่มต่าง ๆ ก็ดีทำได้เร็วขึ้นและมีสถานะวงกลมหมุน แสดงว่าเบื้องหลังยังทำงานอยู่ เพื่อโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้รับรู้ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น กว่าเวอร์ชั่นเดิมที่ไม่แสดงสถานะอะไร นอกจากดูสถานะของเมาส์เท่านั้น....

คุณลักษณะเด่น ๆ ที่เปลี่ยนไปจากเวอร์ชั่นเดิม

zcs ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแต่หน้าตาอย่างเดียว เนื้อในยังได้ปรับแต่งเพิ่มความสามารถให้ทำงานตอบสนองต่อการใช้งานมากขึ้น เช่น ปฏิทินนัดหมายได้ออกแบบให้สะดวกต่อการนัดหมาย ให้ทราบสถานะของผู้ที่ต้องการนัดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการกำหนดเวลานัดหมายยังเพิ่มความสะดวกเป็นรายการเวลาในวัน อีกทั้งยังปลีกย่อยเป็นช่วงเวลาถึงขนาดเป็นนาทีกันทีเดียว

ปฏิทินเวลานัดหมายที่เพิ่มเครื่องมือเวลาด้านซ้ายมือทั้งปฏิทินและเวลา ให้เลือกนัดหมายได้ง่ายขึ้น
 และยังสามารถติดตาม schedule ของผู้ที่เรานัดหมายได้สะดวกขึ้นอีกด้วย


เมื่อคลิกอ่านเมล์ที่มีการนัดหมายจะปรากฏรายการวันเวลานัดหมายทันที ดูสวยงาม เป็นธรรมชาติมาก ๆ คงจะสะดวกสำหรับท่านที่ใช้ zcs ในการนัดหมายประชุมบ่อย ๆ ขึ้นอีกเยอะทีเดียว

 ในการนัดหมายเห็น schedule ของผู้ที่เราจะนัดหมายได้ง่าย ๆ


ทางด้านอีเมล์ก็มีการเพิ่มเติมความสามารถต่าง ๆเข้าไปไม่แพ้ calendar ทั้งหน้าตาแสดงผลชื่อในเมล์ต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นแสดงแบบกล่องเมื่อมีรายชื่อเยอะในอีเมล์ทำให้ดูจำนวนรายชื่อได้ง่ายขึ้นแม่นยำขึ้น แสดงเวลากำเหนิดของเมล์นั้นด้วย คราวนี้เราก็ทราบได้แล้วว่าเมล์นั้นถูกเขียนขึ้นมาเมื่อใด และที่น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถของ attach กับเมล์ที่สามารถส่งเมล์ไปเป็น attach file ได้เลย ทั้งยังส่ง contact ไปเป็น attach ในรูปแบบของ vCard ได้อีกด้วย การ forware email ต่อไปคลิกเลือกเป็น attach ทำให้ดูง่ายขึ้นไม่รกรุงรัง สำหรับผู้รับ การบริการจัดการเมล์ทำได้ง่าย และสะดวกกว่าเวอร์ชั่นเดิม ๆ อย่างเห็นได้ชัด

เลือกเมล์หลายฉบับเป็น Attach ส่งไปพร้อมกับอีเมล์ ด้วยเครื่องมือ Attach File(s) ง่าย ๆ



ZCS ยังมีความสามารถอีกมากมาย พร้อมกับได้แก้ bug ข้อบกพร่องต่าง ๆ อีกหลายหัวข้อ ซึ่งท่านสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดมาติดตั้งใช้งานได้ที่

http://www.zimbra.com/downloads/os-betas-downloads.html

--------------------------------------------------------------------------------
ZCS Opensource เป็น edition ที่ฟรีไม่เสียค่าไลเซนต์และรองรับผู้ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการมีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในระบบ collaboration ไว้ใช้งาน โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ด้านซอฟต์แวร์

สนใจ demo หรือรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่
หรือติดต่อสอบถามได้ที่บริษัทไอทีทริปเปิลพลัส จำกัด

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Zimbra Mail กับ CRM ตอนที่ 1

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

วันนี้บริษัทต่าง ๆ ให้ความสนใจกับเรื่อง CRM กันมากเพื่อหวังให้เป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขาย จากลูกค้าเดิม และใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาลูกค้าใหม่ ๆ ถึงขนาดลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ประเภท CRM มาใช้งานกันเป็นการเฉพาะเลยก็มีไม่น้อย ผลของการใช้ซอฟต์แวร์ CRM จะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด คุ้มกับค่าซอฟต์แวร์หรือไม่ ผู้ที่ใช้เท่านั้นจึงจะประจักษ์แจ้งแก่ตนใช่ไหมครับ

"การวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับลูกค้า" ในความหมายหนึ่งของ CRM นั้น จะต้องมีข้อมูลที่มากพอ และถูกต้องเกี่ยวกับลูกค้าจึงจะเข้าใจในความต้องการอันเป็นเนื้อในของลูกค้าแต่ละราย ที่จะสร้างสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง ที่เป็นที่มาของรายได้ส่วนเพิ่มจากลูกค้านั้นได้ โปรแกรม CRM ทั้งหลายนั้นก็มาจากการป้อนข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้าเข้าไปอย่างเพียงพอ และถูกต้องแล้วโปรแกรมไปทำการวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขบ้าง เป็นกราฟบ้าง ส่งให้มนุษย์อย่างเราเอาไปใช้งานต่อ

... ถ้าอ่านตัวเลขจากโปรแกรม crm แล้วไม่เข้าใจ โปรแกรม crm ก็หมดความหมาย..

ฉะนั้นความสำคัญอันดับแรกสุดก็คือ "ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับลูกค้า" เช่นข้อมูลในการติดต่อซื้อขายกับบริษัท ตั้งแต่แรกเริ่มเข้ามาเป็นลูกค้า ซื้อสินค้าชิ้นแรก จนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอยู่ครบทุกกระบวนการ ทุกเหตุการณ์ แม้กระทั้งลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลของบริษัทที่มีก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยอย่างทันที จึงจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าบริษัทไม่มีข้อมูลเหล่านี้อยู่เลย หรือมีเพียงน้อยนิด ก็อย่าไปลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ crm กันเลยครับ มาจัดระบบข้อมูลของลูกค้าให้เรียบร้อยเสียก่อน...ดีกว่า

ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะอยู่ที่ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น มาจากการติดต่อซื้อขายกันทั้งเอกสาร อีเมล์ บันทึกทางโทรศัพท์ การนัดพบ การประชุม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเหล่านี้อันดับแรกคือพนักงานขายนั่นเอง ถ้าบริษัทออกแบบให้พนักงานฝ่ายขายมีเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ถาวรและยอดเยี่ยมแล้ว บริษัทก็จะได้ฐานข้อมูลของลูกค้านั้นๆ ที่สามารถนำออกมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้ และหากเป็นฐานข้อมูลที่มากพอ ก็จะส่งผลดีต่อการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากที่สุด ราวกับว่า "เรารู้จักตัวลูกค้าดี กว่าที่ลูกค้ารู้จักตัวเองเสียอีก"

บริษัทจะเก็บข้อมูลจากพนักงานขายที่กระจัดกระจาย ให้เป็นฐานข้อมูลได้อย่างไร?? นี่แหละครับเป็นโจทก์ใหญ่ยิ่งกว่า จะเก็บประวัติการซื้อขายอย่างไร เอกสารที่มีความสัมพันธ์กันจะเก็บอย่างไร อีเมล์ของพนักงานขายแต่ละคนที่ติดต่อกับลูกค้ารายเดียวกันจะนำมารวมกันอย่างไร? และอีกหลายอย่างครับ การรวมรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้อ้างอิงและจัดเป็นหมวดหมู่ให้ได้นี่แหละครับ ... งานใหญ่และมีความสำคัญมากกว่า นอกจากจะต้องหาวิธีรวมรวมข้อมูลเหล่านี้มาจัดเก็บแล้ว ยังต้องพิจาณาการเรียกใช้ได้อย่างรวดเร็วและง่าย ๆ ด้วยนะครับ ไม่ใช่รวบรวมเป็นฐานข้อมูลไว้แล้ว จะหาวันเกิดของลูกค้ารายหนึ่งใช้เวลาสิบถึงยี่สิบนาที หรือหาไม่เจอเลยแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

พนักงานขายส่วนใหญ่จะใช้อีเมล์ในการติดต่อกับลูกค้า บริษัทก็ต้องหาวิธีจัดเก็บอีเมล์ที่ติดต่อเหล่านั้นไว้ ตามลักษณะของซอฟต์แวร์อีเมล์ที่พนักงานขายใช้กัน หากพนักงานขายแต่ละคนใช้ซอฟต์แวร์เมล์ไม่เหมือนกัน บางคนใช้ mobile บางคนใช้ notebook บางคนใช้ gmail บางคนใช้ hotmail แบบนี้ ก็จะมีความยุ่งยากไม่เป็นมาตรฐานในการจัดเก็บ บริษัทก็ควรจะมีเมล์กลางให้พนักงานใช้ร่วมกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อจัดเก็บอีเมล์ไว้ได้ ผมเห็นหลายบริษัทครับ ที่ไป implement ระบบอีเมล์มา มีเมล์เซิร์ฟเวอร์ใช้ภายในองค์กรแล้ว แต่จัดเก็บอีเมล์ไว้เป็นฐานข้อมูลไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่สามารถจะประยุกต์ใช้เมล์เซิร์ฟเวอร์ที่มีอยู่ได้ แต่บางแห่งเมล์เซิร์ฟเวอร์ก็ไม่สามารถจัดทำเป็นฐานข้อมูลได้เหมือนกัน เพราะขาดคุณสมบัติ

ถ้าหากองค์กรไหนใช้ zimbra mail อยู่แล้ว ถือว่ามีเครื่องมือทางในการจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลที่ดี และประยุกต์ใช้เป็น CRM ได้เลย โดยไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์ CRM เพิ่มแต่อย่างใด .. ขอให้ประยุกต์ใช้ให้เป็นเถอะครับ

ด้วยความสามารถทางด้าน collaboration  zimbra จึงทำ CRM ได้ง่าย ๆ

zimbra mail ยังมี zimlet ที่เชื่อมต่อไปยังโปรแกรม CRM ข้างนอกเช่น SugaCRM อีกด้วย...

แต่เอาแค่ความสามารถในตัวของ zimbra ก็ใช้ CRM ได้อย่างกินขาดอยู่แล้ว...
 ซึ่งผมจะนำมาแจกแจงให้ทราบโดยละเอียดแบบหมดเปลือกเห็นเนื้อขาวกันเลยทีเดียว

ครับก็อยากสรุปว่า CRM นั้นเป็นผลที่จะให้บริษัทสามารถหารายได้เพิ่มจากลูกค้า โดยมาจากข้อมูลพื้นฐาน การติดต่อต่าง ๆ ที่สั่งสมเก็บกันมาจนเป็นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง มากพอที่จะนำไปเข้าซอฟต์แวร์ CRM เพื่อทำการวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวกับลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในรูปของอีเมล์จากพนักงานขาย ที่บริษัทจะต้องหาวิธีการรวบรวมเป็นฐานข้อมูลให้ได้...

ตอนที่ 2 เราจะมาดูความสามารถของ zimbra mail เกี่ยวกับ CRM  แบบเข้าเนื้อหากันลยครับ...

ไหว้ครูมาพอสมควรแล้ว.... อิอิ

เอวัง....

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เรียน Zimbra Email ที่ HARVEY MUDD College

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

ผมชอบ zimbra ของเว็บต่างประเทศ โดยเฉพาะตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีการใช้ zimbra กันอย่างจริงจัง และแนะนำเทคนิคต่าง ๆ แก่ผู้ใช้ของตน อยากเห็นการใช้ zimbra ในมหาวิทยาลัยในบ้านเราแบบนี้จังเลย
วันนี้ไปดูคำแนะนำการใช้ zimbra mail ที่ HARVEY MUDD COLLEGE กันครับ


เขาแนะนำไว้หลายเรื่องเช่น




http://www.hmc.edu/

ขอให้ได้ประโยชน์กลับมาบ้างนะครับ..

ไปต่ออีกแห่งหนึ่งคือ
UNIVERSITY OF WISCONSIN SYSTEM

UWSA Help Desk

Zimbra: Email

What is Zimbra?
Accessing and Logging into Zimbra
Zimbra Working Screen
Viewing Your Quota Information in Zimbra
Reading Email
Sending Email Messages
Using Attachments
Deleting Email Messages
Printing Email Messages
Searching Messages
Using Email Tags
Using Email Folders
Sharing Email Folders
Using the Address Book (including Searching for and Emailing to UWSA Distribution Lists)
Creating a Contact Group in your Address Book
Sharing Address Books
Using TasksSubscribing to RSS Feeds
Zimbra Email Preferences (including creating Auto Reply, Signature(s), Adding Accounts), Creating a Persona, Mail Filters)
Zimbra Help Features
Logging Out of Zimbra


http://www.wisconsin.edu/

ขอให้มีความสุขกับการได้เรียนรู้นะครับ...

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Zimbra search ตามล่าหาให้เจอ จนสุดขอบฟ้า ตอนที่2

คุณผู้อ่าน....ท่านที่เคารพ

เสียงสายัณห์ สัญญาคร่ำครวญ “จะตามหานาง จนสุดหนทางคนเดิน แม้ไม่มีเงินพี่จะตามหานางให้ได้”  ถ้าเป็นนางใน zimbra ก็อยากจะบอกคุณสายัณห์ว่า “จงตามหานาง ไปตามเส้นทางเมล์เดิม แม้ไม่มีเงิน คุณก็จะตามหานางจนได้”
ขอแต่เพียงให้เข้าใจหลักการใช้ search หน่อยเท่านั้นแหละหนอ... 

Search ทำงานอยู่เบื้องหลังคำสั่งเกือบตลอดเวลาเมื่อคุณคลิกใน zimbra โดยที่ zimbra ไม่ได้ประกาศให้คุณรับรู้ แม้ขณะเข้า zimbra mail เปิด web client ขึ้นมาหน้าจอแรก search ก็เป็นตัวกำหนดว่าจะเปิด เมล์ในโฟลเดอร์อะไรให้คุณเป็นหน้าแรก

และคุณก็กำหนดมันเองได้ด้วย ดีไหมล่ะ

ถ้าคุณมีเวลาเร่งรีบ ต้องการอ่านเมล์แบบเน้น ๆ เนื้อ ๆเช่นว่า ให้เปิดเมล์เฉพาะที่ยังไม่ได้ตอบขึ้นมาก่อน หรือให้แสดงเมล์ที่มีการโน๊ตไว้ว่าสำคัญมากที่สุดเรียงกันขึ้นมาก่อน

เมล์เดิม ๆ ที่เปิดทุกวันนั้น เปิดโฟลเดอร์ inbox เรียงตามลำดับวันที่ล่าสุดลงไป ซึ่งไม่ได้ถูกใจเซียนขั้นเทพอย่างเรา ๆ

ลองกำหนดให้ web client แสดงเฉพาะเมล์ที่ยังไม่อ่านขึ้นมา โดยคลิกที่ Preferences ไปที่ Mail หาช่อง Default Mail Search: ค่าปกติจะเป็น in:inbox
ผมใส่ข้อความในช่องใหม่เป็นดังนี้

is:unread in:"New External Account 1/กบุคคล siamhr" 
is:unread
in:”<directory>”

การใส่รูปแบบคำสั่งคนหาเช่นนี้เรียกว่า search operator และ search parameter
Search operator จะต้องมีโคลอน (:) ต่อท้าย และตามด้วย search parameter
is เป็น search operator : unread เป็น parameter
in: เป็น search operator : “New External Account 1/กบุคคล siamhr” เป็น parameter
Parameter คือสถานะกหรือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

is: มีไว้ค้นหาข้อความที่มีสถานะกำหนดชัดเจน แจ่มแจ้ง เช่น unread มีสถานะยังไม่ได้อ่าน read มีสถานะอ่านแล้ว flagged,unflaged,send,draft,received,replied,unreplied,forwarded,unforwarded,anywhere,remte,local,sent,invit,solo,tome, เป็นต้น เหล่านี้บอกสถานะเมล์ว่าเป็นอะไร และเป็น พารามิเตอร์ที่อนุญาติให้ตามหลัง is: ได้

เมล์ทุกฉบับที่ล้วนมีสถานะเหล่านี้ครบ เพียงแต่ว่าคุณจะมองมันในสถานะไหน ถ้าเป็น is: แล้วล่ะก็ให้ตามด้วยพารามิเตอร์เหล่านี้ครับ

in: มีไว้ค้นหาในตำแหน่งโฟลเดอร์ เมล์ที่เก็บเห็น ๆ อยู่ด้านซ้ายมือเรียกว่าเป็นโฟลเดอร์ครับ มีทั้งโฟลเดอร์มาตรฐานและโฟลเดอร์ที่ตั้งเอง วิธีการใส่ folder ยาว ๆ หรือมี subfolder ด้วยนิยมใส่เครื่องหมาย “” เปิดหัวและปิดท้ายป้องกันความผิดพลาดด้วย

การใส่สอง search operator ให้เคาะหนึ่งวรรคนะครับ มีสถานะเป็น and ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องมีสองเงื่อนไขการค้นหานี้ครบถ้วนกระบวนความ ต่างจากการคลิกกล่องเครื่องมือ search อันนั้นตัวเชื่อมเป็น or ครับ แสดงผลลัพธ์เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น

ตัว operator ยังระบุในทางไม่ใช่ ได้ด้วย เช่น no in:inbox ทุกไดเรกทอรี ยกเว้น inbox เป็นต้น


สำหรับวันนี้ก็ขอเรื่อง search operator และ parameter บางตัวเท่านั้นก่อนครับ search ยังมีอีกเยอะและพิสดารพันลึก เราจะเจาะลึกกันไปเรื่อย ๆ ในคราวหน้าครับ


ส่วนคุณสายัณห์ถ้ายังไม่รู้จักใช้ search ดีพอ ก็อาจจะ “แม้ไม่พบเจอ ไม่พบเธอก็ไม่เป็นไร จะตายก็ตาย ให้โลกรู้ไว้ ตายเพื่อ....ตามนาง”   อิอิ..
เอวัง....

Search Operator โดยละเอียด พลิกอ่านได้ที่นี่เครับ
http://wiki.zimbra.com/wiki/Zimbra_Web_Client_Search_Tips

Zimbra search ตามล่าหาให้เจอ จนสุดขอบฟ้า ตอนที่1

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

Zimbra ได้ประทานเครื่องมือสำหรับการค้นหา (search) ให้กับผู้ใช้งานหลายช่องทาง ทั้งทางลับและทางตรง กล่าวโดยเฉพาะทางตรงนั้นมีช่องค้นหาสำหรับผู้ชอบพิมพ์คำสั่งต่าง ๆ และกล่องเครื่องมือการค้นหาสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆท่านๆ กล่องเครื่องมือนี้ไม่ธรรมดานะครับ หากผสมผสานการค้นหาจากหลาย ๆ กล่องเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นซูเปอร์คำสั่งการค้นหาที่แม้กระทั้ง เวิร์ดดิ้งเล็ก ๆ ในเมล์ยังหาเจอ....

เคยค้นหาข้อความในหน้ากระดาษหรือเปล่าหล่ะครับ..
แบบที่ google ใช้ตรวจจับว่าบทความในเว็บต่าง ๆ นั้นใครเป็นเจ้าของ ใครเป็นก๊อปปี้ไรท์ ก็ใช้เทคนิคดูเวิร์ดดิ้งในข้อความนั่นแหละ

Zimbra search ใช้เทคนิคขั้นสูงประมาณนั้นเลย... ผลลัพธ์จะออกมาสูงหรือไม่ อยู่ที่ผู้ใช้ด้วยหล่ะครับ
และยังมีบริการเซฟ search เก็บไว้ใช้ภายภาคหน้าได้อีกด้วย

หัดใช้ search จากกล่อง ก่อนจะแกะออกมาเป็นคำสั่ง

คลิกที่ Advance ที่ search bar ครับจะเปิดกล่อง serch แรกคือ Basic Search ชิดทางด้านซ้าย พื้นที่ด้านล่างจะโชว์ผลลัพธ์การค้นหาปกติจะแสดงผลทันทีเมื่อคลิกที่เงื่อนไข ยกเว้น Basic Search ครับเมื่อพิมพ์คำสั่งแล้วให้คลิก search ที่ search bar ด้วยผลลัพธ์ก็จะแสดงออกมา ผมลองค้นหาเป็นตัวอย่างตามนี้ครับ



From Tawich เมล์ที่ส่งจาก tawich (โดเมนอะไรก็ได้ @it3plus.com,@gmail.com….)
To / CC Tukky ถึง tukky (โดเมนอะไรก็ได้อีกนั่นแหละ)
Subject
Content สมาชิกทุกท่าน ในข้อความของเมล์ต้องมีคำว่า “สมาชิกทุกท่าน”



ค้นหาตามปลายทางที่เมล์ถูกส่งไป ปลายทางของเมล์เรียกว่าโดเมนครับ คลิกเลือก domain ก็จะเปิด Domain เป็นตัวเลือกที่สอง เลือกได้ว่าจะค้นหาแบบส่งไปจากโดเมนอะไร (From) หรือส่งไปยังโดเมนอะไร (To/Cc) หรือจะเลือกแบบควบสองรายการเลยทั้ง from และ to ก็คลิกถูกไว้ทั้งสองรายการ ตั้งแต่กล่องนี้เป็นต้นไป คลิกปุ๊ปค้นหาปั๊บครับ แสดงผลลัพธ์กันทันที ลองดูดิ



ค้นหาไปสองเงื่อนไขด้วยสองกล่องเครื่องมือแล้ว ยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ก็ต่อด้วยกล่องค้นหาชื่อว่ Attachment ต่อเลยครับ ซึ่งเป็นการ search ตามไฟล์ที่ attachment มา มีรูปแบบให้เลือกเยอะครับเช่นหาตามไฟล์ attachment ที่เป็น Word ก็ให้คลิก Specific Attachment ด้านล่างก็เลือก application/word เป็นต้น




หากยังไม่หนำใจการใช้เครื่องมือก็คลิกออกมาให้หมดครับมี Date, Folder, Size, Zimlet, Status, Tag
ต้องการเพิ่มการค้นหาตามวันที่ก็ให้เพิ่ม Date เข้าไป
ต้องการเพิ่มตาม Size ก็ให้เพิ่ม Size เข้าไปเป็นต้น

การค้นหาโดยกล่องเครื่องมือผสมผสานหลาย ๆ กล่องเท่ากับเชื่อมด้วยคำว่า “หรือ” “OR” ครับ ผลลัพธ์ที่ได้กว้างเกินไป หากคลิกทุกกล่องเครื่องมือผลที่แสดงเกือบจะโชว์หมดเหมือนไม่ได้ search เพราะเงื่นไขแรกไม่มีก็ไปอ่านเงื่อนไขสอง... สาม...สี่ ไปเรื่อย ฉะนั้นการค้นหาที่จำกัดผลลัพธ์แบบเจาะจงจึงควรเชื่อมเงื่อนไขเป็น “และ” “AND” เช่น ค้นหาฉพาะเมล์ที่มาจากลูกค้าชื่อนี้ เวลานี้ วันที่เท่านี้ จากโดเมนนี้ ผลลัพธ์ที่แสดงจะได้ครบตามเงื่อนไขทั้งสี่ข้อนี้ ในความเป็นจริงเราใช้ search ก็เพื่อระบุขอบเขตชัดเจนกันแบบนี้แหละ

แล้วผมจะนำตีแผ่ให้ท่านได้ทราบง่าย ๆ ต่อไป

Search มีเนื้อหาเยอะและวิจิตรพิศดารในการใช้ ไม่อาจจะพูดให้จบได้ในครั้งหรือสองครั้ง ฉะนั้นผมจะทยอยนำมาบอกกล่าวเรื่อย ๆ ซึ่งจะเปิดประเด็นเทคนิควิธีการกันเลย ก็ขอให้คอยติดตามต่อไป...

อย่างน้อยวันนี้ก็ขอให้ท่านได้ใช้กล่องเครื่องมือ search ค้นหาสิ่งที่ขาดหายไป... ขอให้เจอครับ

เอวัง....

รัฐบาลกลัวละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ส่วนราชการใช้ฟอนต์ไทยจากซิป้า

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพมีใครทราบข่าวนี้ไหมครับ.

"การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์"

หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีที่ นร ๐๑๐๖/ว ๒๐๑๙ คำอธิบายการพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และตัวอย่างการพิมพ์ เป็นจดหมายเวียนสรุปว่าให้หน่วยงานราชการทั้งหลายใช้ฟอนต์จำนวน ๑๓ รูบแบบตัวพิมพ์ของสำนักงส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมทรัพย์สินทางปัญหา เพิ่มเข้าไปในระบบปฏิบัติการ Thai OS และใช้รูปแบบตัวพิมพ์ดังกล่าวแทนรูปแบบตัวพิมพ์เดิม เพื่อให้เอกสารของส่วนราชการเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ไม่มีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการระบบใดระบบหนึ่ง ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เสนอ ความละเอียดแจ้งแล้วนั้นจดหมายเวียนลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ลงนามปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี


ไม่ทราบว่าเอกชนอย่างพวกเราต้องใช้ฟอนต์เหล่านี้กันด้วยหรือเปล่า?จดหมายนี้ตีความหมายว่าอย่างไรได้บ้างครับ

1. ภาครัฐพึ่งรู้ตัวว่ากำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่หรือครับ ถ้าใช้โปรแกรมวินโดสว์ และออฟฟิตที่ถูกลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ตัวฟอนต์ที่มากับระบบปฏิบัติการก็ถูกกฏหมายอยู่แล้วนี่ครับ ท่านออกแบบตัวฟอนต์มา แล้วเอาไปลงบนโปรแกรมที่ยังไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ แล้วมันจะถูกขึ้นมาทันทีหรือครับ ... ผมเข้าใจว่าท่านออกแบบฟอนต์มาเพื่อไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติใด ๆ และมุ่งหมายที่จะให้ใช้ฟอนต์นี้บนระบบปฏิบัติการอื่นที่ไม่ใช่วินโดวส์ด้วย เหมือนที่ท่านบอกว่าไม่มีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการ ใดระบบปฏิบัติการหนึ่งนั้น

แต่ท่านแสดงวิธีการติดตั้งฟอนต์ลงบนระบบปฏิบัติการวินโดสว์ก่อนใครเลย ส่วนการลงบนระบบปฏิบัติการอื่นกลับเอาไปซ๋อนไว้ต้องหาเองจึงจะเจอ...

2. ท่านบอกให้เพิ่มเข้าไปในระบบปฏิบัติการ Thai OS โอ้..ยอดมากครับ ระบบปฏิบัติการ Thai OS คือ Suriyan ที่พัฒนาโดย sipa แล้วประชาชนทั่วประเทศรับรู้หรือยังครับว่าประเทศไทยเรามี OS แห่งชาติแล้วคือ Thai OS ชื่อว่า Suriyan อย่าเหนียมอายกันเลยครับ ประกาศกันให้ชัด ๆ ว่าเรามี os แห่งชาติแล้ว คุณต้องใช้ฟอนต์แบบนี้ ซอฟต์แวร์แบบนี้และก็ออก howto แนะนำวิธีการใช้มาให้มาก ๆ พัฒนาหน่วยงานรัฐให้เป็นผู้นำจริง ๆ เวลาพวกผมที่เป็นชาวบ้านพิมพ์จดหมายด้วย office.org ท่านบอกให้พิมพ์มาใหม่ด้วย microsoft word เพราะบางตัวอ่านไม่ออก ...

ผมเคยบอกว่าอิจฉาชาวเวียดนามนะ ที่รัฐบาลเขากล้าประกาศกันโต้ง ๆ ว่าจะให้หน่วยงานรัฐใช้ opensource กันให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์เลย พอมาเห็นจดหมายเวียนของรัฐบาลแบบฉบับนี้ก็ได้แต่เอาใจช่วย... และเชียร์ให้หนีห่างเวียดนามให้ได้

ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยและลุ้นเหมือนเชียร์บอลไทยก็ตาม

ที่มา :
http://www.opm.go.th/opminter/itcenter/officialletter.htm
http://www.sipa.or.th/
OS thai : http://thaios.sipa.or.th/about/

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แบคอัพ zimbra mail ทั้งที ต้องเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ไม่ดีกว่าหรือ??

คุณผู้อ่าน....ท่านที่เคารพ

บทความที่ผ่านมา ผมได้แนะนำให้แบคอัพอีเมล์เก็บไว้ด้วยการใช้ Import/Export ซึ่งยังผิดฝาผิดตัวอยู่บ้าง และได้รับประโยชน์น้อยเกินไปไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี zimbra สักเท่าไหร่ เพราะไหนๆ เราก็แบคอัพเมล์ออกมาเป็นไฟล์แล้ว ก็ควรจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ วันนี้จะแนะนำวิธีการแบคอัพเมล์ด้วย zimlet สองตัวที่สามารถนำเมล์ที่แบคอัพนั้นไปอ่านต่อด้วยโปรแกรมเมล์อื่น ๆ ได้เลย

ตัวละคร zimlet ที่จะแนะนำวันนี้คือ Folder Backup และ EMail Downloader ครับ

Folder Backup
http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/folder-backup

เมื่อติดตั้งแล้วจะปรากฏอยู่ในกลุ่ม zimlet ชื่อว่า Backup Posta แบคอัพได้สองวิธีคือคลิกที่ Backup Posta จะเปิดหน้าต่างขึ้นมาให้เลือก folder ที่ต้องการแบคอัพ โดยจะบีบอัดไฟล์ให้มีนามสกุล .zip เก็บไว้ที่ฮาร์ดดิสก์

อีกวิธีหนึ่งคือ ลากเมล์เป็นฉบับ ๆ ไปวางลงที่ Backup Posta เลย ก็จะบีบอัดเป็นไฟล์ .zip ให้เหมือนกันแต่ในนั้นจะมีเมล์เพียงฉบับเดียว



ตัวไฟล์เมล์จะมีนามสกุล .eml ถูกบีบอัดเป็นก้อนเดียวในรูปแบบ วัน-เดือน-ปีชื่อไฟล์.zip

ถ้าต้องการแบคอัพเฉพาะเมล์เป็นฉบับ ๆ หลาย ๆ ฉบับที่ไม่ต่อเนื่องกัน Backup Posta อาจจะไม่คล่องต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ EMail Downloader ผู้พี่ครับที่สามารถแบคอัพเมล์เป็นฉบับไม่ต่อเนื่องกันได้ และยังพ่วงด้วยความสามารถแบคอัพรายชื่อในสมุดรายชื่อออกมาเป็นไฟล์ .cvf ได้อีกด้วย



เมล์ที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์แล้ว ก็สามารถเปิดอ่านได้ด้วยโปรแกรมเมล์อื่น ๆ ได้อีก เพราะมีนามสกุลเป็น eml ผมชอบจะเปิดด้วยโปรแกรม thunderbird มากที่สุดเพราะอักขระไม่ผิดเพื้ยน และใช้งานง่าย



เป็นไงบ้างหล่ะครับ ได้ไอเดียจัดการเมล์ขึ้นมาสักนิดไหม ใช้ zimlet สองพี่่น้องนี้แทน Export ก็จะได้ประโยชน์ขึ้นมาอีกมาก โดยเฉพาะเลือกอ่านเมล์ที่แบคอัพไว้เป็นฉบับ ๆ ได้ด้วย

เป็นต้องอย่างนี้ซิจึงเข้าท่า สมกับ zimbra หน่อย...

อิอิ...

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ส่งเมล์ผิด อย่าตกใจ ยังมีเวลาตัดสินใจด้วย undo zimlet

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

เราอยู่ในโลกของการสือสารแบบโต้ตอบกันได้ทันที สารแต่ละสารที่ส่งออกไปจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และครบถ้วน ถ้าหากมีการส่งสารผิดหรือไม่ครบถ้วนไปยังผู้รับ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของการสื่อสารกลายเป็นผลลบได้อย่างรวดเร็วทันทีเช่นกัน โดยเฉพาะการส่งเมล์ มักจะมีความผิดพลาดบ่อย ๆ เช่นลืมใส่ attach file ส่งไปผิดคน หรือลืมสาระสำคัญบางอย่าง ก็จะทำไงได้ สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นี่ครับ

ใช้ zimbra mail อย่าตกใจ ส่งเมล์ผิดไป ยังตัดสินใจเอาคืนได้ ด้วย undo zimlet

เมล์ที่ถูกส่งออกไปจะถูกหน่วงเวลาไว้ด้วย undo zimlet เป็นการนับถอยหลังเบื้องต้นกำหนดไว้ 7 วินาที คุณจะเพิ่มเป็น 20 ก็ไม่มีใครว่า ขอให้เพียงพอต่อการตัดสินใจได้ก็แล้วกัน ถ้าหากในช่วงเวลาที่หน่วงไว้นี้คุณไม่เลือก undo เมล์ก็จะถูกส่งออกไป โดยปกติ หรือหากระหว่างหน่วงเวลานี้คอนเฟิร์มว่าถูกต้องแล้วไม่ต้องรอ ก็คลิก send now ได้เลยเช่นกัน


หากเมล์ถูกส่งไปแล้ว... ก็คงตัวใครตัวมันครับ เพราะเอาคืนไม่ได้ ต้องโทรศัพท์ไปขอชี้แจงกับปลายทางเอาเอง


http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/undo-send
เครื่องมือดี ๆ แบบนี้โปรดแจ้งแอดมินของท่านให้ติดตั้งใช้งานด่วน....
อย่ารอช้า หากส่งเมล์ผิดพลาด ความลับของบริษัทรั่วไหล แล้วจะเสียใจภายหลังนะจะบอกให้

อิอิ...

แบคอัพเมล์กันไว้หน่อย ได้ไหม

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพ

ใช้ zimbra เป็นเมล์สามัญประจำบ้านไปแล้ว นานวันเข้าก็อย่าลืมเรื่อง backup mail กันไว้บ้างนะครับ.. อย่าคิดว่า zimbra ที่ใช้อยู่นี่ เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่มีแอดมินคอยดูแลให้อยู่ ยังไงก็มีการ backp ประจำวัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไป ถ้า zimbra ที่ใช้อยู่เป็น opensource edition ไม่มีความสามารถด้านการ backup นะจะบอกให้ แอดมินต้องมาทำแบคอัพเองกันเองข้างนอก ถามแอดมินให้มั่นใจด้วยนะครับว่ามีการแบคอัพกันจริง ๆ จัง ๆ หรือเปล่า

ประจวบเหมาะเจอเคราะห์เข้า ระบบล่ม ข้อมูลหาย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง..
ยืมจมูกแอดมินหายใจ ยังไงก็ไม่คล่องเท่าหายใจด้วยจมูกตัวเองหรอก

ฉะนั้น.. วันนี้เรามาพูดเรื่องการแบคอัพ zimbra mail กันดีไหม เอาแบบที่ทำได้เองง่าย ๆ แต่ปลอดภัยสูงสุด

zimbra เก็บเมล์ไว้ที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ถ้าเราใช้โดยผ่านเบราเซอร์ก็หมดสิทธิแบคอัพ เพราะเบราเซอร์อยู่อีกซีกโลกหนึ่งเซอร์เวอร์อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ไม่มีทางยื่นมือไปถึงได้ ฉะนั้นเราจะประยุกต์ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของ zimbra ที่มีในเบราเซอร์ นี่แหละมาใช้ในงานแบคอัพ...

ด้วย Import/Export ประตูระหว่างมิติของ zimbra

Import/Export ถูกสร้างมาเพื่อเป็นช่องทางโอนย้ายข้อมูลในเมล์เช่น อีเมล์ สมุดบัญชีรายขื่อ งานต่าง ๆ ของเราไปยังผู้ใช้รายอื่น หรือดึงข้อมูลของผู้ใช้รายอื่นมาให้เราใช้บ้าง ก็คือการโอนย้ายข้อมูลทั้งก้อนใน zimbra นั่นเอง

จะใช้ Import/Export ต้องไปที่ Preferences

หน้าต่างซ้ายมือคลิกเลือก Import/Export



Export คือการดึงข้อมูลต่าง ๆในเมล์ของเราออกมาเป็นไฟล์
Import คือการดึงไฟล์ข้อมูลที่ได้มาจากการ Export เข้ามาและแปลงสภาพเป็นรูปแบบปกติ

ในตัวเลือก export เราสามารถเลือกแบคอัพได้สามอย่างคือ จดหมาย, ปฏิทิน, และรายชื่อผู้ติดต่อ แต่ละตัวเลือกยังเลือกได้อีกว่าจะแบคอัพทั้งหมดหรือเฉพาะบางโฟลเดอร์เท่านั้้น คุณได้สินทธิ์นั้นโดยการเลือก Source ครับ

ในหมวด Advanced settings เมื่อคลิกจะเปิดตัวเลือกขึนมาให้เลือกได้อีกว่าจะเอาบริวารว่านเครือเหล่านี้เก็บแบคอัพด้วยไหม มี Mail, Address Book,Calendar,Tasks,Documents,Briefcase ทั้งหมดนี้จะถูกแบคอัพด้วยก็ต่อเมื่อเราเลือกในช่อง source เป็น All Folder เท่านั้นนะจะบอกให้

การแบคอัพจะถูกดาวน์โหลดเก็บเป็นไฟล์ที่เราไม่มีสิทธิ์ตั้งชื่อเอง zimbra จะตั้งชื่อตาม folder ที่เลือก ตามด้วยปี เดือน วันและเวลาที่แบคอัพ ลงท้ายด้วยนามสกุล .tgz ซึ่งเป็นสกุลไฟล์ของลีนุกซ์ เมื่อได้ไฟล์แล้วให้เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์หรือก๊อปปี้เก็บในซีดีรอมเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกชั้นหนึ่งก็ดี

Import/Export ยังมีขั้นเทพขึ้นไปอีกหลายชั้น ไปดาวน์โหลดไฟล์คู่มืออ่านเพิ่มเติมหน่อยก็ดีนะครับ จะได้เพิ่มความชำนาญ มีลูกเล่นที่แพรวพราว ประจวบเหมาะเคราะห์ร้าย ข้อมูลหายจะได้นำกลับมาได้ เป็นการช่วยงานท่านแอดมินไปอีกทางหนึ่งด้วย

บุญกุศลที่ช่วยคนอื่นนั้นแรงนะครับ อย่าทำเป็นเล่นไป

อิอิ

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Conversation Mail ต้อง Contact Collector เพราะเรานั้นคู่กัน

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

ผมชอบเมล์แบบ conversation เพราะจัดกลุ่มความเกี่ยวข้องของเมล์เป็นเรื่อง ๆ ได้ดีทำให้การอ่านเมล์รู้ที่มาที่ไป รู้ว่าใครเป็นใคร ค้นหาได้ง่าย ถึงแม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง เมื่อผมจะเพิ่มผู้ติดต่อเข้าไปใน contact ต้องไล่ไปทีละรายชื่อ หลายรายชื่อก็ซ้ำกัน ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือเราไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีผู้สนทนาอยู่กี่คนกันแน่ ถ้าดูจากตัวเลขที่ zimbra โชว์ อันนั้นบอกแต่ว่ามีเมล์กี่ฉบับในกลุ่ม conversation เท่านั้น...

zimbra ครับ ผมอยากเพิ่ม ชื่อผู้ใช้ทั้งหมดใน conversion นั้นเข้าไปใน contact ครั้งเดียว ดาบเดียวจบเลยได้ไหม??

ขออีกอย่างในการเพิ่มรายชื่อนั้น ถ้าชื่อไหนมีอยู่แล้ว ผมขอบาย เลือกเอาเฉพาะรายชื่อใหม่ ๆ ได้ไหม??

ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง เลือกเอาทางสักทางได้ไหม... ก็คงจะใช่อย่างที่คุณอัสนีย์ว่าไว้ก็ได้

แล้ววันหนึ่ง ก็ได้พบ...เปิดประตูรับหน่อยได้ไหม อย่าปล่อยให้ฉันยืน อยู่คนเดียวเปลี่ยวใจเหลือทน .. อุตสาห์ดั้นด้นคนหาจนมาพบเจอ...

Contact Collector Zimlet หนึ่งเดียวที่ตอบโจทก์ความต้องการของผมได้ เป็น zimlet ที่ให้เราลากเมล์ conversation ไปวางบนตัว zimlet และแนะนำให้เราเลือกได้อีกว่าจะเพิ่มรายชื่อไหนเข้าไปได้บ้าง รายชื่อไหนที่มีอยู่แล้วจะเป็นเครื่องหมายถูกสีจาง ๆ การใช้งานก็ง่าย ประโยชน์ก็ได้ตามความต้องการเด๊ะ องค์ประกอบพร้อมแล้วจะรอช้าอยู่ใย ไปดาวน์โหลดมาติดตั้งให้เบิกบานหัวใจกันเลยครับ ที่นี่

http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/contact-collector

ฝากแอดมินทำให้ผู้ใช้งานด้วยนะครับ...


การใช้งานก็เพียงแต่ลาก conversation mail มาวางที่ Contact Collector ในกลุ่มของ Zimlets ซ้ายมือ



รายชื่อที่มีอยู่แล้วใน Contact จะมีเครื่องหมายถูกอยู่แล้วครับ ให้คลิกเลือกรายชื่อที่ยังไม่มีเครื่องหมาย แล้วกดปุ่ม OK



ก็จะ OK สมใจนึกบางลำภูบน ด้วยประการฉะนี้



รายชื่อที่เพิ่มเข้าไปใหม่นั้นจะอยู่ใน Address Book -> Contact มาตรฐานนะครับ เราค่อยมาแบ่งเป็นหมวดหมู่ภายหลัง

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้จาก contact collector คือรู้ว่าในกลุ่ม conversation นั้นมีคนที่เกี่ยวข้องอยู่กี่คน เป็นผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ

ครับ ก็ไม่ต้องได้อย่าง เสียอย่าง เหมือนที่คุณอัสนีย์บอกแล้ว สำหรับเรามันต้อง

อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย
เพราะฉันไม่เคยรู้เลย ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
ขาดเธอก็เหงา ขาดเขาก็คงเสียใจ
ไม่อยากจะเลือกใคร
อยากเก็บเธอเอาไว้ ทั้งสอง...อัน

จึงค่อยเหมาะสมกับ zimbra enterprise หน่อย

อิอิ.....

แปะกระดาษโน๊ตไว้บนเมล์ ทำหมายเหตุ เครื่องมือสุดเจ๋งของคนใช้ zimbra

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

ทำงานเอกสารโดยไม่มีกระดาษ post-it ชีวิตเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่งไหมครับ กระดาษโน๊ตใบเล็กสีชมพูบ้าง สีเหลืองบ้าง ที่ติดทั่วไปหมดบนโต๊ะทำงานมีประโยชน์มากมายครับ ขนาดในโลกของคอมพิวเตอร์บริษัท 3-m ยังได้ผลิตโปรแกรม post-it ออกมาให้เราได้ใช้ปิดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์กันอีก จากปิดกระดาษจริง ๆบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็หลุดเข้าไปติดบนเดสทอปกันเลยทีเดียว อย่าตื่นเต้นครับ อันนั้นธรรมดามาก zimbra นี่ซิครับของจริง ติด post-it กันบนเมล์เป็นฉบับ ๆ กันเลยทีเดียว ช่วยเตือนความทรงทำได้ดีนักแล มองเห็นปั๊บรู้เลยว่าต้องทำอะไรกับเมล์นั้น

เมล์เซิร์ฟเวอร์ที่ลงทุนกันเป็นล้านหน่ะทำได้ไหม.. 

ใน zimbra เรียกว่ stickynote ครับเป็น zimlet ที่น่าใช้มาก สำหรับทำบันทึกเล็ก ๆ บนตัวเมล์เป็นฉบับ ๆ stickynote zimlet ต้องติดตั้งก่อนจึงจะปรากฏโฉมที่ tool bar

ติดตั้งก่อนใช้งาน

ต้องใช้แอดมินทำให้ครับ ถ้าคุณเป็นแอดมินก็ให้ไปดาวน์โหลดที่ http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/sticky-notes ได้ไฟล์ชื่อว่า com_zimbra_stickynotes.zip มาเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วเข้าไป deploy zimlet ใน admin UI

ติดตั้งเสร็จแล้ว พร้อมใช้ได้ทันที ไม่มีลีลา

เมื่อผู้ใช้งานเข้าสู่ zimbra mail ของตนให้คลิกที่กลุ่ม zimlet ด้านซ้ายมือครับจะโชว์ zimlet StickyNotes แล้วนะครับ คลิกซะหนึ่งครั้งเพื่อเปิดหน้าต่าง Preferrences ขึ้นมาแล้วคลิกถูกทั้งสองตัวเลือกคือ Add StickyNotes button to main toolbar และ Enable Sticky Notes Zimlet ทำครั้งเดียวครับ ไม่ใช่ทำทุกครั้งที่เข้ามาในเมล์ zimlet จะ refresh หน้าเบราเซอร์ให้อัตโนมัติและไปปรากฏบน toolbar ข้าง ๆ พรินเตอร์




ใช้กันง่าย ๆ โน๊ตกันให้สนุก

เมื่อเราคลิกอ่านเมล์ฉบับไหนอยู่ ก็คลิกที่เครื่องมือ StickyNote ได้เลยครับจะปรากฏหน้าต่าง post-it สีเหลือง ให้พิมพ์ข้อความ note เข้าไป แล้วคลิกที่รูปบันทึก note จะแสดงสัญญลักษ์เป็น Tag สีเหลือง



ซึ่ง tag นี้นำไปเป็นเงื่อนไขการค้นหาได้ เช่น เราจะค้นหาเฉพาะเมล์ที่ติดโน๊ตไว้เท่านั้น เลือกที่ Advanced คลิกที่ tag คลิกเ Email with StickyNotes เป็นไง ง่ายไหมหล่ะครับ



post-it เป็นความผิดพลาดของนายสเปนเซอร์ ซิลเวอร์( Spencer Silver ) ที่ต้องการผลิตกาวคุณภาพตราช้าง แต่ออกมาเป็นแค่กาวธรรมดาที่ติดแล้วหลุด เพราะ นายอาร์เธอร์ ฟราย (Arthur Fry) แท้ ๆ ที่เอาไปแปะคั่นหน้าคัมภีร์ไบเบิล จึงได้ใช้งานกันเอิกเกริกเบิกบานหทัยกันถึงทุกวันนี้

บทความนี้ตั้งใจให้ท่านประยุกต์ใช้งานกันได้จริง ๆ ก็แล้วแต่ท่านหล่ะครับว่าจะนำมันไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน

เอวัง....

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คัมภีร์สุดยอดกระบวนท่าของ zimbra ที่เหล่าจอมยุทธ ต่างค้นหาเพื่อให้ได้มาครอบครอง อยู่หนไหน?

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

โปรแกรมจะดีมีราคาแพงแค่ไหน ถ้าหากปราศจากคู่มือการใช้ ก็เท่ากับของไร้ค่า ใช้งานได้ไม่สมราคาขึ้นมาได้เหมือนกัน.. การใช้โปรแกรมอะไรที่มันยาก ๆ ไม่มีคู่มือให้ เราจะรู้สึกเบื่อ และไม่อยากใช้มันไปในที่สุด .. หากชีวิตต้องอยู่กับการใช้โปรแกรมโดยที่ไม่มีคู่มือ แม้จะดีถูกหรือฟรีก็ตาม เราขอจ่ายตังค์เพื่อโปรแกรมที่มีคู่มือดีกว่า..คุณว่าดีไหม....

เพราะฉะนั้นในการเลือกโปรแกรมควรต้องใส่หัวข้อ คู่มือ คำแนะนำการใช้ ลงไปเป็นหัวข้อพิจารณาด้วย ถ้าหากโปรแกรมราคาแพงกว่าแต่มีคุ่มือ มีคำแนะนำ ก็ควรซื้อเถอะครับ อย่าดูเรื่องราคาอย่างเดียว
มิฉะน้นจะกลายเป็น "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ได้ของมาถูก แต่ต้องลงทุนเรียนรู้เพิ่มอีกบานตะเกียง...

โปรแกรมดี ๆ ที่มีคู่มือแนะนำอย่างน้อยก็ต้องมี "help" ประจำตัวหล่ะน่า ต้องเป็น help แบบเปิดอ่านได้ทันทีด้วยนะ ไม่ใช่มี help ที่แต่ละหัวข้อเขียนสั้นจุ๊ดจู๋ แนะนำให้ไปอ่านหัวข้อโน้นหัวข้อนี้ พอคลิก ๆ ไปสุดท้ายวนกลับมาที่เดิม เลยไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นมา นอกจากได้เวลาที่เสียไปเพิ่มเท่านั้น อย่างนี้ไม่ดีแน่ ๆ...

หรือมี help แต่เป็น help online คลิกแล้วพาเราเข้าป่าไปหาใยแมงมุม คลิกหัวข้อไหนก็พาไปอินเทอร์ตลอดแบบนี้ก็ไม่น่าใช้เหมือนกัน ถ้าเครื่องไม่ได้ต่อเน็ตก็ใช้ help ไม่ได้อีก

แล้ว zimbra จะเข้าตำรา "ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง" หรือเปล่า ? ถึงจะเป็นของฟรีในบางเวอร์ชั่น แต่ไม่มีคู่มือ ก็ไม่น่ายกย่องเหมือนกัน ... เอางี้เรามาทัวร์ดู help ของ zimbra กันดีไหม เพื่อจะได้รู้เช่นเห็นชาติ กันไปข้าง

ตามผมมาครับ ..

help แรกตั้งแต่ทางเข้าประตูหน้ากันเลยเชียวหรือ



เห็น What's This ใต้ Log In นั่นไหม zcs ชี้ทางว่าควรเลือก log inแบบที่เหมาะกับเครื่องที่คุณกำลังใช้อยู่


ข้างล่างใต้บรรทัดตัวสีฟ้า เป็นลิงค์ชี้ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ของ zimbra ซึ่งมีข้อมูลทันสมัยกว่า มีคำแนะนำเทคนิคการใช้งาน มีปัญหาใหม่ ๆ ที่ผุ้ใช้งานประสบและถามไถ่กันไว้แล้ว คุณจะคลิกเปิดอีกหน้าต่างหนึ่ง login อีกหน้าต่างหนึ่งก็เป็นเทคนิคที่ดีเหมือนกัน

Zimbra ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ของ zimbra inc. นานๆเข้าไปทีก็ได้
http://www.zimbra.com/

Blog ลิงค์ไปที่ blog ที่เขียนโดยทีมงานของ zimbra inc. ทั้ง president และ CTO ทั้งหลายต่างก็เขียนคำแนะนำ เทคนิคกลเม็ดเคล็ดลับกันที่นี่ ถือว่าได้อ่านคำแนะนำจากเจ้าตำหรับกันเลยเชียว
 http://blog.zimbra.com/

Wiki ลิงค์ไปยังคลังตำราเป็นหมวด ๆ ที่ http://wiki.zimbra.com/ ซึ่งมีคำแนะแนำมากกมายเรียงเป็น index A-Z กันไปเลย อ่านคำแนะนำที่ wiki ก็ต้องดูด้วยว่าคำแนะนำนั้นตรงกับเวอร์ชั่นที่คุณกำลังใช้อยู่หรือไม่ ไม่ใช่พิมพ์คำสั่งตามไปเรื่อย ๆ หาตำแหน่งไม่เจอเอาซะดื้อ ๆ อย่างงั้น เพราะ wiki เป็นแหล่งเก็บรวมรวมเอกสารคำแนะนำตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

Forum ลิงค์ไปยังชุมชนชาว zimbra http://www.zimbra.com/forums ที่มีปัญหามาถาม มีคำอธิบายมาตอบ ทั้งพวกแอดมินและผู้ใช้ครึกครื่นกันดีครับ มีปัญหาและการแก้ปัญหาใหม่ ๆ ทุกวัน เรีกว่าใหม่สดอยู่เสมอ ปัญหาไหนที่ได้รับการตอบเครียร์คัดแล้ว ก็จะขึ้นสัญญลัษษ์ Solved เข้าท่ามาก


ภายใน zimbra ยังมีอีก 2 ที่เป็น help

ดูมุมบนขวามือ มี 2 help ผู้ยิ่งใหญ่คือ Learn about the offline version ตัวนี้ลิงค์ไปยัง zimbra desktop ที่เป็นโปรแกรมติดตั้งใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่มีประโยชน์ต้องคลิกดูทุกวัน
http://www.zimbra.com/products/desktop.html

Help  นี่แหละ tutor ของจริง อยากแนะนำให้ใช้กันเป็น help สามัญประจำคอมกันเลยครับ อ่านกันได้ทุกวันสามเวลาหลังอาหาร ยิ่งอ่านยิ่งรู้ ยิ่งอ่านยิ่งมีเทคนิคครับ เป็น help ที่เรียกใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่เข้าอินเทอร์เน็ตฝังอยู่ใน zimbra กันเลย เมื่อคลิกที่ help แล้วจะเปิดแทบ browser ขึ้นมาอีกแทบหนึ่ง โดยยังคงหน้าจอการใช้ mail ของ zimbra หน้าจอเดิมไว้อยู่



ด้านบนของ help ประกอบด้วยกล่องคำสั่งสามตัวคือ contents, Index, Search ที่อำนวยประโยชน์ใช้สอยต่างกัน

Contents เหมือนหน้าสารบัญของหนังสือรวมหมวดหมู่หัวข้อมีทั้งหมด 20 หัวข้อ ด้านล่างรูปแฟ้มเอกสารนั่นเป็นหัวข้อของหมวดใหญ่ เมื่อคลิกสักครั้งหนึ่งจะเปิดบทย่อย ๆ อีกมากมาย เมื่อคลิกในบทย่อยจะแสดงเนื้อหาที่หน้าจอด้านขวามือ

ผมชอบ help ของ zimbra เพราะเป็นแบบ step-by-step ดีคลิกทำตามได้เลย และเป็น help ทีออกมาได้ตรงกับเวอร์ชั่นที่เราใช้เสียด้วย จึงทำตามได้แบบไม่หลงคำสั่ง

ตัว search เป็นเครื่องมือลัดค้นหาสิ่งที่เราต้องการได้ง่าย แม้จะแสดงผลออกมามากมาย ไม่ค่อยตรงนักก็ตาม แต่ก็ยังพอเป็นหนทางให้เกิดไอเดียจากสิ่งที่แสดงออกมาได้



help ของแอดมินเรียกว่า Help Desk มีเฉพาะในหน้าจอของ Admin เท่านั้น และยังมี help คอยช่วยเหลือการคอนฟิกเฉพาะเรื่องนั้น ๆ อีกด้วย เมื่อคอนฟิกหัวเรื่องใด ๆแล้วมี help ประกอบ จะเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ๆ โดยเฉพาะ ให้ความรวดเร็ว สะดวกต่อท่านแอดมินในการควบคุมเจ้า zimbra เป็นอย่างยิ่ง



นอกจากนี้ยังมี tooltips เล็ก ๆเป็นแบนเนอร์ลอยหนือหัวข้อใด ๆ ที่เราเอาเมาส์ไปแช่ค้างไว้ปรากฏแนะนำกันอีก ทุกหย่อมหญ้าของ zimbra จะมี tooltips ชี้นำทางให้เห็นเกือบตลอด ท่านที่ใช้เมล์ไม่คล่องลองหัดใช้ zimbra ไปสักระยะหนึ่งและใช้ help ให้เป็นประโยชน์ ไม่นานจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาก็ได้ ลองดูซิครับ..

ในเรื่องของคู่มือการใช้งาน และเข็มทิศชี้นำทางของ zimbra ในความเห็นของผมแล้วถือว่าผ่าน... สบาย ๆ ในหัวข้อเลือกโปรแกรมต้องมีคุ่มือ ผมติ๊กให้เป็นถูก ผ่านไปได้

จอมยุทธทั้งหลาย ต่างแสวงหาสุดยอดคัมภีร์แห่งกระบวนท่าไปทั่วภิภพ สุดท้ายจึงได้ประจักษ์ว่ากระบวนท่าสุดยอดนั้นมีอยู่ในตัวมันนั่นเอง... ต่างแต่ว่ามันผู้มีตาแห่งปัญหาเท่านั้น จึงจะมองเห็นได้.....


อิอิ...

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ขอคาระวะแด่แอดมิน..ผู้กล้าทั้งหลายสักหนึ่งจอก

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

ระยะนี้ มีแอดมินจากหลายสำนัก เช่นจากบริษัทเอกชน สถานพยาบาล มหาวิทยาลัยได้สอบถามแสดงความสนใจในคุณสมบัติของ zimbra เข้ามาพอสมควร บางสำนักท่านแอดมินก็ได้ติดตั้ง zimbra ใช้กันแล้ว มีข้อสงสัยบางอย่างก็ได้กรุณาถามเข้ามา มีแอดมินหลายท่านครับ ... ติดตั้ง zimbra ในแบบ multi-server ผสมผสาน opensource เข้ากับ network edition ก็ต้องขอนับถือว่าเป็นแอดมินขั้นเทพ บริษัทที่มีแอดมินเก่งๆแบบนี้ต้องรักษาไว้ให้ดีนะครับ... บางท่านก็อยู่ในช่วงเริ่มต้นกำลังศึกษาอยู่ จะเอาไงดี .. มีกลุ่มที่น่าสนใจอยู่สองกลุ่มคือ กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มมหาวิทยาลัย ที่น่าสนใจเพราะ
1. เป็นองค์กรใหญ่ กระบวนการตัดสินใจซื้อ มีคณะกรรมการพิจารณา
2. เป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้จำนวนมาก พฤติกรรมการใช้งานแบบผู้เชี่ยชาญสุด ๆ และแบบเริ่มต้นสุด ๆ ต่างกันสุดขั้ว
3. มีเมล์เซิร์ฟเวอร์เดิมใช้งานอยู่แล้ว และมีข้อมูลเดิมจากเมล์เซิร์ฟเวอร์เดิมที่จะไมเกรตไปยัง zimbra

ข้อแรก : ผมเคยกล่าวไว้ในบทความที่ผ่านมา ที่ไทยเราคงจะสู้เวียดนามไม่ได้ ในข้อที่ต้องส่งเงินไปให้ไมโครซอฟต์เป็นค่าลิขสิทธิ์ เพราะเราเติบโตมากับไมโครซอฟต์รับรู้ด้านดีของไมโครซอฟต์มาตลอดเวลา ถ้าคณะกรรมการอนุมัติให้ zimbra ผ่าน (แม้โดยหลักการ) ก็ขอคารวะครับ... เรามีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์พอจะฝากผีฝากไข้ได้ (เอาแค่อนุมัติให้ zimbra ผ่านในหลักการก็พอ)

ข้อที่สอง : กลุ่มผู้ใช้ของโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย เป็นผู้ใหญ่ และวัยรุ่นที่กำลังชอบเรียนรู้เร็ว เบื่อเร็ว อีกทั้งมีดีไวซ์ต่าง ๆ ใช้ส่วนตัวในการเข้าถึงเมล์อย่างเช่น iMobile, iPad, iPod เป็นต้น จะได้เห็นความสามารถของ zimbra ที่จะปรองดองกับบุคลิกการใช้ของคนไทยได้ไหม... แอดมินของสองกลุ่มนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย... เพราะอย่างน้อย ก็ต้องคอยตอบคำถามว่าทำไม เมนูคำสั่งไม่เป็นภาษาไทย....

ข้อที่สาม : เอาเมล์เดิมมาใช้ต่อใน zimbra ที่เรียกว่าไมเกรตนั่นแหละครับ น่าสนใจสองเรื่องคือ หนึ่งการตัดสินใจย้ายจาก exchange และจากเมล์เดิม สองการไมเกรตซึ่งเป็นด้านเทคนิคอย่างมาก
การคิดย้ายจาก exchange ก็นับว่าหัวจิตหัวใจของไอทีนี่หินและแข็งแกร่งพอสมควร ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้ท่านคิดย้ายจาก exchange มาสู่ zimbra ก็ต้องขอคารวะให้หนึ่งจอกครับ..



สำหรับเรื่องไมเกรตจากเมล์เซิร์ฟเวอร์เดิม zimbra ได้มีคำแนะนำไว้ค่อนข้างมากแล้วครับ ถ้าเคาะคีย์เวิร์ดถามเข้าไปใน google ว่า "migrate mail to zimbra" จะได้รับคำแนะนำมากมาย ก็มีแอดมินบางท่านแนะนำให้ผมเขียนบทความเชิงลึกสำหรับแอดมินบ้าง ก็ขอรับไว้พิจารณาครับ หะแรกผมก็อยากเขียนบทความสำหรับแอดมินในเชิงลึกหล่ะครับ.. แต่เห็นว่ามีหลายที่แล้ว สำหรับเราจึงเน้นไปที่การประยุกต์ใช้สำหรับผู้ใช้ทั่วไป หากต้องการข้อมูลในเชิงแอดมินก็ขอเป็นหลังไมค์ดีกว่านะครับ...^-^

http://wiki.zimbra.com/wiki/User_Migration
พูดถึงการไมเกรตหลายอย่างทั้ง mail, Calendar, Contacts, Password เป็นต้น

http://wiki.zimbra.com/wiki/Migrating_from_Postfix_and_MySQL_with_bash
ไมเกรตจาก Postfix และ MySQL ด้วย bash script linux

น่าเสียดายที่โปรแกรม imapsync ที่ใช้เป็นเครื่องมือไมเกรตจากจาก postfix เดี๋ยวนี้ไม่ฟรีแล้ว ต้องเสียตังค์ซื้อมาใช้ที่ http://www.linux-france.org/prj/imapsync/

เรื่องการไมเกรตนี่ เป็นเรื่องใหญ่และเป็นงานหนึ่งของ outsource ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ zimbra หากท่านรู้ซะหมดแล้ว..

พวกเราจะเอาอะไรกินกันหล่ะครับ... อิอิ

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ไอทีไทย จะแข่งกับเวียดนามได้หรือ?

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพ


ได้อ่านข่าวที่นี่ แล้วให้รู้สึกชื่นชมยินดีกับรัฐบาลเวียดนามที่มองเห็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาด้านสารสนเทศของประเทศ โดยการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐทั้งหมดใช้โอเพนซอสต์ มีการตั้งเป้าหมายไว้ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2010 นี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจไอทีจากรัสเซีย "วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจซอฟต์แวร์ของประเทศ คือการใช้ซอฟต์แวร์ท้องถิ่นให้มาก แทนการนำเข้าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ที่จะต้องส่งเงินไปยังสหรัฐอเมริกา"

โครงการนี้น่าติดตามและน่าสนใจอย่างยิ่ง เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การต่อสู้ของไมโครซอฟต์ที่จะเปลี่ยนแปลงแนวความคิดของรัฐบาลเวียดนามให้ยึดมั่นอยู่กับไมโครซอฟต์ให้ได้ ผมหวังและเชียร์ให้รัฐบาลเวียดนามเดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มที่
ไม่ใช่เพราะว่าผมมีอคติกับไมโครซอฟต์หรอกนะครับ..
แต่ผมเห็นว่าอะไรที่ควรเป็นไมโครซอฟต์ก็ใช้ไมโครซอฟต์ไป และอะไรที่ใช้แทนไมโครซอฟต์ได้ ก็ให้ใช้สิ่งทดแทนไป

ก็ประชากรของเราตั้งแต่เรียนหนังสือ จับคอมพิวเตอร์เครื่องแรกจนไปเป็นซีอีโอของบริษัท ล้วนมีไมโครซอฟต์เป็นแม่นมมาทั้งนั้น

ดูตัวอย่างการแก้ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์องค์กรดูซิครับ
ผู้บริหารที่คิดว่าทั้งบริษัทต้องใช้งบสำหรับค่า ลิขสิทธิ์เท่าไหร?
กับผู้บริหารที่คิดว่า "มีจุดไหนบ้างที่สามารถใช้โปรแกรมอื่นแทนไมโครซอฟต์ได้"

ท่านคิดว่าข้างไหนเยอะกว่ากันครับ..

องค์กรแห่งหนึ่งต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้กับไมโครซอฟต์จำนวนหนึ่งล้านห้าแสนบาท บนโต๊ะประชุมเกือบสี่ชั่วโมงเถียงกันว่าจะหาเงินมาจากไหน จ่ายไปแล้วปีหน้าต้องเพิ่มอีกเท่าไหร แค่นั้นครับ ไม่มีการถกประเด็นว่า "เราจะลดจำนวนเงินหนึ่งล้านห้าแสนบาทนั้นลง โดยใช้ซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่ใช้แทนไมโครซอฟต์ได้หรือไม่" ตรงไหนต้องใช้ไมโครซอฟต์ ตรงไหนต้องใช้ซอฟต์แวร์อื่น ๆ แทน

แล้วมันต้องมาตัดสินใจเอาตอนที่ผมเป็นที่ปรึกษา ma ซะด้วย

ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ที่รู้จักแต่จุดดีของไมโครซอฟต์ และรู้จักแต่จุดอ่อนของโอเพนซอสต์ จึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่จะลดต้นทุนไม่ต้องจ่ายถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาทนั้น อย่างไรก็เมื่อลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจริงตามแนวคิด "ให้แยกแยะ ใช้ไมโครซอฟต์เท่าที่จำเป็น ทดแทนด้วยโอเพนซอสต์ในส่วนที่สามารถ ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็น collaboration มากขึ้น " ท้ายที่สุดองค์กรนั้นก็จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับไมโครซอฟต์น้อยลง
เพียง ห้าแสนบาท แทนที่จะเป็นหนึ่งล้านห้าแสนบาท.... ประหยัดไปได้ตั้งหนึ่งล้าน
จ่ายให้เราไม่ถึงสองแสน พัฒนาบุคลากรอีกไม่เกินหนึ่งแสน ถ้าไม่บอกว่าคุ้ม ก็ไม่รู้จะบอกว่าอะไรแล้วครับ...

มาถึงตรงนี้ก็เพียงอยากบอกว่า ผมอิจฉาชาวเวียดนามที่รักษาเงินไว้ในประเทศของตนได้ ไม่ต้องส่งไปให้ไมรโครซอฟต์ที่อเมริกาแบบคุณขอมาผมจัดให้ หน่วยงานภาครัฐทำตัวเป็นผู้นำจริง ๆ ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ มีการบังคับใช้กันอย่างจริงจัง พิสูจน์ให้เห็นว่าใช้โอเพนซอสต์ทำงานทุกอย่างเหมือนที่ไมโครซอฟต์ทำได้ บริษัทเอกชนก็กล้าที่จะใช้ตาม กลายเป็นจุดแข็งด้านลดต้นทุนที่ใครก็มิอาจตามทันได้...โดยเฉพาะพี่ไทยเรา

บอลไทยเราก็จะสู้เวียดนามไม่ได้แล้ว... วงการไอทีของเราก็จะพัฒนาไม่ทันเวียดนามขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง ก็หวังแต่เพียงว่างเราๆท่านๆนี่แหละครับ ทีจะช่วยกันผลักดันการลดต้นทุนไอทีให้ได้ ถึงจะจ่ายให้กับไมโครซอฟต์ก็จ่ายให้พองาม แบบมิตร ๆ ปล่อยให้รัฐบาลเขาคลำทางไปหาแสงสว่างกันเองเถอะครับ..

นี่ผมก็แอบเห็นใครไม่รู้ในประเทศของเราค่อนแคะรัฐบาลเวียดนามว่า "policy paper นี้ร่างด้วย Microsoft Word" เวรกรรมจริง ๆ....

ตัวไม่ทำยังไปว่าเขาอีก..อิอิ

เอวัง....
http://news.cnet.com/8301-13505_3-10136660-16.html

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Collaboration กับ การทำงานแบบ Workgroup ความเหมือนที่แตกต่าง?

คุณผู้อ่าน.. ท่านที่เคารพครับ

อีกไม่กี่ค่ำย่ำสนธยา เราก็บอกลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างเบิกบานฤทัยกันแล้ว เตรียมทิ้งปีเก่าให้เป็นอดีตไว้จดจำ เตรียมสรรพกำลังไว้ต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะตามมาหลังปีใหม่ ทุก ๆปีที่ผ่านมาเราก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น มีแผนการกันอย่างนั้น แล้วทำได้ตามนั้นหรือไม่ครับ...

ก็อยากให้ท่านได้ตรึกตรองย้อนรอยดู ท่านที่ทำได้เสร็จสรรพตามแผนการ ก็น่ายินดี ขอชื่มชมอนุโมทนาสาธุการ
ส่วนท่านที่ย้อนรอยดูแล้ว ปี่นี้เหมือนปีเก่าเด่ะเลย ก็คงต้องบอกว่าโลกนี้หมุนไปข้างหน้าครับ.. หากอยู่กับที่เท่ากับทุกสิ่งได้วิ่งเลยผ่านเราไปแล้ว

โดยเฉพาะในวงการไอที ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากฝ่ายไอทีที่ทำแต่งานซ่อม ดูแล แก้ปัญหา และยังเห็นว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่นั้น ใช้ได้ดีแล้ว ผู้ใช้งานแฮปปี้กันดีอยู่แล้วนั้น ท่านกำลังฝืนกฏที่ว่าเทคโนโลยีจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ หกเดือนอยู่หรือเปล่า มิใช่เท่ากับว่าไอทีกำลังย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่ธุรกิจวิ่งไปข้างหน้าด้วยภาวะการแข่งขัน และการเอาตัวรอดอยู่ดอกหรือ??

ผมไม่ได้บอกให้ท่านเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทุก ๆ หกเดือนนะครับ เพียงแต่ให้พิจารณาว่าเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ได้สนับสนุนต่อภาวะการแข่งขันของธุรกิจอยู่หรือไม่ หรือกำลังเป็นตัวถ่วง ที่จะต้องปรับปรุง??

ทุก ๆ หกเดือนต้องใช้ความสามารถของซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ให้ได้มากขึ้น นั่นอเง

ก็ขอฝากให้ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการทั้งหลาย พิจารณาดูว่าสิ่งที่ไอทีสร้างให้นั้น มีพลังและอำนาจเพียงพอต่อการแข่งขันและการเอาตัวรอดอยู่หรือไม่ ??

สิ่งที่เราต้องการจากไอทีคืออะไรครับ...

เทคโนโลยีสุดอลังการ หรือข้อมูลที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ ?

นิยามแห่งคำว่าไอที คือเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ Information Technology ก็บอกชัดอยู่แล้วว่า "ต้องใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไอทีเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ" เดี๋ยวนี้ต้องเติมคำว่า ร่วมกันต่อท้ายด้วยเป็น "ให้ได้มาซึ่งสารสารสนเทศร่วมกัน"

เพราะการได้ข้อมูลนั้นหากรับรู้คนเดียว ใช้คนเดียว จะแบ่งปันให้คนอื่นคุณต้องขอมาก่อน เกิดการรับรู้ข้อมูลช้ากว่ากัน การดำเนินกิจกรรมต่อไป ก็ต้องช้าออกไปเป็นลูกคลื่น เมื่อข้อมูลได้มาช้า การตัดสินใจก็ต้องช้าตามไปด้วยหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวันเท่านั้น ต้องใช้ทุกๆวินาทีให้คุ้มครับ

การใช้ไอทีปัจจุบันมักจะออกมาในรูปนี้ คือทำงานเสร็จก่อนจึงส่งไปยังหน่วยงานถัดไป การรับรู้ข้อมูลของผู้บริหาร ณ เวลานั้นมีเพียงแค่ "เสร็จหรือยัง" เท่านั้นเอง

หลายบริษัทได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ราคาเป็นแสนเป็นล้าน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาแบบเรียลทามน์ เกิดการรับรู้ร่วมกันพร้อมกันในทีมที่เกี่ยวข้อง.. แต่เวลาใช้งานจริง ๆ กลับออกมาในรูปของงานฉันเสร็จก่อนซิ คุณจึงจะได้ข้อมูล หรือ "ฉันไม่เห็นข้อมูลที่คุณกำลังทำอยู่ จะตัดสินใจได้อย่างไร" เพราะตัวซอฟต์แวร์ไม่สนับสนุนหรือคนใช้งานประยุกต์ใช้ไม่เป็น

อย่างเช่น หลายบริษัทมีเมล์เซิร์ฟเวอร์ใช้งานภายในเป็น exchange server ที่มีราคาแพงระยิบ เอามาใช้งานเป็นทอดๆ คือใช้รับส่งเมล์กันเป็นทอด ๆ ท่านั้น ประหยัดเพียงค่าโทรศัพท์ ค่าพนักงานเดินเอกสาร ไม่ได้ทำงานแบบทีมเวิร์ค ผู้ร่วมงานต้องรอรับข้อมูลเป็นเมล์จากผู้ส่ง ทั้ง ๆ ที่ exchange มีความสามารถมากมาย ลองคิดถึงวันที่ตัดสินใจซื้อซิครับ ไอทีเช็คคุณสมบัติจนถึงขั้นอะตอม แต่เวลาใช้งานจริง ๆ กลับใช้กันได้แค่เปลือกเล็ก ๆ เท่านั้น น่าเสียดาย....



ครับ..ผมตั้ง topic นี้ว่า "Collaboration กับ Workgorup" แต่กลายมาเป็นบ่นให้ท่านฟังเรื่องใช้ไอทีซะงั้นไป ความตั้งใจจะเขียนต่อเนื่องเป็นซีรีย์ระหว่างยักษ์ใหญ่อย่าง Exchange Server กับแจ๊คคือ Zimbra Collaboration ไม่ได้เขียนเป็นสงครามชิงดีชิงเด่นอะไรหรอกครับ.. แต่จะบอกว่าใครทำงานเป็น collaboration และใครทำงานเป็น workgroup ได้ดีเพียงใด เพื่อผู้ใช้จะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง... ก็ขอให้ติดตามต่อไปครับ...

อิอิ...

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เพิ่ม user ร้อยคนให้กับ Zimbra ภายในสิบนาที โอ้.จอร์จ มันยอดมาก

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

งานเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ สำหรับแอดมินแล้วเป็นของคู่กันเหมือนปาท่องโก๋ ต้องเกี่ยวข้องอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์อะไร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เหมือนกินข้าวแล้วต้องดื่มน้ำตาม ขาดกันไม่ได้ฉันนั้น

ท่าน Zimbra ของกระผมการจัดการ user อยู่ใน Web Admin UI ครับ เพิ่ม user ได้ครั้งละคน เพราะมันมีหน้าจอเดียวต้องทำให้เสร็จก่อนจึงเพิ่ม user คนต่อไปได้ ในการเริ่มระบบใหม่งานเพิ่ม user มักจะเพิ่มจำนวนมากโดยเฉพาะตัว ZCS opensource ที่ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยเพิ่ม user ได้ไม่จำกัด การเพิ่มผู้ใช้งานผ่าน Web จึงเป็นเรื่องน่าเบื่อเหมือนกันครับ เพราะต้องคลิก เลื่อนเมาส์ ใส่ค่าเหมือนๆ กันซ้ำๆอยู่อย่างนั้น คงไม่ถูกใจแอดมินฮาร์ดคอร์สักเท่าไหร่จริงไหม...

Zimbra มีคำสั่งทาง command line ชื่อว่า zmprov ในการจัดการเกี่ยวกับ user เช่นสร้าง ลบแก้ไข เปลี่ยนพาสเวิร์ดเป็นต้น ก่อนใช้งานให้ล๊อกอินเข้าเซิร์ฟเวอร์เสียก่อนแล้วจึงเปลี่ยนไปเป็น zimbra

เข้าเซิร์ฟเวอร์ผ่านทาง terminal
เปลี่ยนเป็น zimbra user su - zimbra

ทดสอบสร้าง account ใหม่ชื่อว่า it3user1@it3plus.com ตั้งพาสเวิร์ดพร้อมกันไปเลย test123

zmprov createAccount it3user1@it3plus.com test123

createAccount = ca ใช้ตัวย่อในคำสั่งก็ได้เช่น zmprov ca <ตามด้วย>
it3user1@it3plus.com = account ใหม่ที่ต้องการสร้างขึ้นมา
test123 = พาสเวิร์ดสำหรับ account ใหม่ของเรา

เมื่อกด enter zimbra จะแสดงผลคำสั่งเป็น ID ของ account ที่สร้างขึ้นใหม่ หากเป็นข้อความอื่น กลับไปทบทวนคำสั่งอีกครั้งหนึ่ง โปรดทวนอีกรอบ...

ไวยากรณ์สำหรับสร้าง account ของ zmprove มีรูปแบบดังนี้

createAccount (ca) {name@domain} {password} [attr1 value1 [attr2 value2...]]

ตัวอย่าง

zmprov ca it3user1@it3plus.com test123 displayName 'Somjit Boondang' givenName Somjit sn Boondang

account ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะสังกัดกลุ่ม CoS default โดยอัตโนมัติ ถ้าเรากำหนดกลุ่ม cos ก็สามารถเปลี่ยน CoS ใหม่ที่เหมาะสมด้วยพารามิเตอร์ setAccountCos (sac) ดังนี้

zmprov setAccountCos it3user1@it3plus.com cos_restricted

cos_restricted คือ CoS ที่ต้องมีอยู่แล้วนะครับ

ถ้าต้องการสร้าง account สักหนึ่งร้อยชื่อ คงได้คีย์สะใจบรรดาแอดมินฮาร์ดคอร์กันดีทีเดียว ส่วนผมไม่เอาด้วยครับเพราะ zmprov สามารถรับอินพุทเข้ามาทางไฟล์ได้ เราก็ไปตั้ง account หนึ่งร้อยคนนั้นให้เสร็จสรรพในไฟล์ก่อนแล้วส่งเป็น input ให้ zimprov เอาไปทำงานทีละบรรทัด ๆ จนครบ เห็นทางสว่างขึ้นมาแว๊บๆ ไหมครับ..

ใช่แล้ว.. ผมจะเพิ่ม user รอ้ยคนให้กับ Zimbra ภายในสิบนาทีโดยผ่าน file นี้เอง มาเริ่มขั้นตอนกันเลยครับ


1. สร้างไฟล์ขึ้นมาตั้งชื่อให้เข้าท่า และสื่อความหมายหน่อยจะได้อ้างอิงภายหลังเช่น firstadduser.zmb ในไฟล์ใส่่รูปแบบพารามิเตอร์ของการสร้าง user บรรทัดละ 1 ชื่อ

vi firstadduser.zmb
ca it3user1@it3plus.com test123 displayName 'Somjit Boondang' givenName Somjit sn Boondang
ca it3user2@it3plus.com test124 displayName 'Boondang' givenName Somjit1 sn Boondang
ca it3user3@it3plus.com test125 displayName 'Somjitdang' givenName Somjit sn Boondang
...... (ใส่ไปจนครบ).......

2. ป้อนเป็น input ให้ zmprove

zmprov < firstadduser.zmb นั่งดูผลงาน zimbra จะแสดงหมายเลข ID account ที่สร้างขึ้นทีละบรรทัด ๆ เห็นไหม คราวนี้ก็ได้ user ครบหนึ่งร้อยคนแล้ว

3. เปลี่ยนกลุ่ม CoS ด้วย file เหมือนเดิมครับ สร้างไฟล์ขึ้นมาใส่พารามิเตอร์ เข้าไป

vi addcos1.zmb
sac it3user1@it3plus.com cos_restricted
sac it3user2@it3plus.com cos_restricted
sac it3user3@it3plus.com cos_restricted

 .... จนครบ ...... 4. ป้อนเป็น input ให้กับ zmprove ด้วย

 zmprov < addcos1.zmb

ชื่อ account นั้นจะต้องถูกสร้างขึ้นมาแล้วและมีอยู่นะครับ ลองดู account ใน zimbra ที่ตั้งเข้าไปแล้วมีใครบ้างด้วยคำสั่ง zmprov -l gcc

ทำแบบนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อกับดาบซามูไรหน่อย ถอดออกจาฝักฉับเดียวตายเป็นร้อย Zimbra ก็เเหมือนกัน enter ฉับได้ได้ผลลัพธ์เป็นร้อย โอ้...จอร์จ มันยอดมาก จริงไหม

อิอิ...

กำหนดกลุ่มผู้ใช้ Offline Mail ใน Zimbra เพื่อการจราจรลื่นใหล

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพ

Zimbra มีโปรแกรมย่อยภายในตัวหลายโปรแกรมที่บริโภคทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์อย่างมากมาย ส่งผลต่อประสิทธิภาพลดลงของเซิร์ฟเวอร์โดยรวม เรา ๆท่าน ๆ ที่ใช้งานอยู่ ๆ จะรู้สึกว่าสิ่งที่เคยเร็วมันช้าลงไปถนัด ก็ต้องให้แอดมิน หมั่นจูนนิ่ง และตรวจสอบบรรดาโปรแกรมย่อย ๆ ต่าง ๆ ด้วยนะครับ..

สำหรับการรับส่งเมล์ต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาสู่ ZCS ความเร็วของอินเทอร์เน็ตระหว่างเครื่องเมล์เซิร์ฟเวอร์ไปยังอินเทอร์เน็ต เป็นความสำคัญอันดับแรก ปริมาณจำนวนเมล์ box ที่่วิ่งเข้าออกเป็นความสำคัญอันดับสอง ในช่วงเวลาหนึ่งที่ความเร็วของอินเทอร์เน็ตเท่าเดิม แต่มีปริมาณอีเมล์วิ่งเข้าออกจำนวนมาก ก็ส่งผลให้การจราจรติดขัด การรับส่งเมล์ช้า ถึงขนาดมี error timeout ได้เช่นกัน ตอนนั้นความสำคัญอันดับสองจะขึ้นมาเป็นอันดับแรกทันที ความเร็วอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นปัจจัยภายนอก ส่วนปริมาณการใช้เมล์นั้นเป็นปัจจัยภายในที่สามารถจัดการได้ ตามความเหมาะสม...

บางทีความช้าของการรับส่งเมล์ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอินเทอร์เสมอไป...

ZCS มีความสามารถเป็น Offline mail สำหรับดึง Gmail, Hotmail, Yahoo mail และเมล์ประเภท POP/IMAP อื่น ๆ มาเก็บไว้ที่ mailbox ได้ด้วยความภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง ส่งผลดีต่อการใช้งานให้เราใช้โปรแกรมเดียวอ่านเมล์ได้ครอบจักวาล ไม่ต้องใช้หลาย ๆ โปรแกรมเหมือนเดิม แต่ผลเสียคือ ถ้าพนักงานทุกคนใช้ ZCS เป็น Offline Mail เหมือนกันหมดสมมิตว่ามีสัก ห้าร้อยคนและใช้เป็น offline mail ทุกคนในขณะหนึ่งนั้น ZCS จะต้องติดต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงเมล์มาถึงห้าร้อยสายแบบอัตโนมัติ ก็ลองคิดดูครับว่าหากใช้อินเทอร์เน็ตแค่ 2 เมกะบิตการจราจรจะคับคั่งขนาดไหน แถม zcs ยังทำงานแบบอัตโนมัติซะด้วย ลองดู log file ของ zimbra ดูเถอะครับจะเห็นข้อมูลวิ่งยิ่งกว่า the matrix เสียอีก ... อีแบบนี้เราจะโทษอินเทอร์เน็ตฝ่ายเดียวไม่ได้ครับ

ต้องโทษ zcs ด้วย ฐานปล่อยปละละเลยให้ใช้ Offline Mail ได้เต็มที่โดยไม่มีการควบคุม
แล้วจะควบคุมการใช้ Offline Mail ได้อย่างไร หล่ะ?

โอ๊ะ.. งานนี้ใน ZCS หมู ๆ เลยครับ แถมเป็นหมูหันพร้อมกินได้อีกต่างหาก เพราะ zcs ได้จัดเตรียม concept และเครื่องมือจัดการไว้ให้แล้วใน Web UI ภายใต้ชื่อ CoS (Class Of Service)

CoS นั้นสำคัญฉไน...

CoS แรกของ ZCS ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับ mail server ในชื่อว่า Default ภายใต้หัวข้อ Configuration ให้บริการพื้นฐานทั้งหมดของ ZCS เป็นตัวแม่ที่บรรดา account ทั้งหลายที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ใช้เป็นตัวกำหนด service เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมี service เหมือน ๆ กันเช่นมี Offline Mail เหมือนกัน ถ้าต้องการลดการบริการลงบ้างก็เข้ามาแก้ใน Default CoS นี้ ถ้ต้องการจัดกลุ่มผู้ใช้งาน เช่นกลุ่มนี้ใช้ Offline Mail ได้ กลุ่มนี้ใช้เฉพาะเมล์ภายในอย่างเดียว ก็ต้องสร้าง CoS ขึ้นมาหลาย ๆ ชุด แต่ละชุดกำหนด service ที่ต้องการลงไป แล้ว add user ให้สังกัดอยู่ในกลุ่ม CoS ที่เหมาะสม...

มาดูวิธีจัดกลุ่มผู้ใช้งานสำหรับ Offline Mail เบืองต้นดูกันครับ

กำหนดกลุ่มผู้ใช้ 2 กลุ่ม
กลุ่มผู้บริหารและ manager ทั้งหลายใช้ offline mail ได้
กลุ่มพนักงานภายในไม่ให้ใช้


1. จัดกลุ่มผู้บริหารให้อยู่ภายใต้ Default CoS เนื่องจากมี service มาตรฐานให้บริการทั้งหมดแล้ว
2. สร้าง CoS ขึ้นมา 1 โดยตั้งชื่อว่า rest_cos ภายใต้หัวข้อ Configuration -> Class Of Service
3. ภายใต้แทบตัวเลือก Feature -> Mail Feature คลิกยกเลิกการเลือก

External IMAP access
External POP access


4. สร้าง account ขึ้นมาให้สังกัดกลุ่ม rest_cos คลิกเอาเครื่องหมายถุกออกจาก Auto และพิมพ์ชื่อ CoS เข้าไป


5. เมื่อ user นั้นเข้าใช้งานในแทบ Preferences -> Account จะไม่มี Add External Account ให้ใช้งาน



ก็คงจะพอเห็นแนวทางการจัดการกลุ่มผู้ใช้ ตามลักษณะ service ที่กำหนดให้เหมือนๆกันด้วย CoS พอสมควรนะครับ

ผมชอบ ZCS ตรงที่มีความยืดหยุ่น และจัดการง่าย ๆ ด้วยการคลิกเท่านั้น .. เพียงแต่ว่าเราจะต้องประยุกต์ใช้ให้เป็น สร้าง concept ให้ได้ ใช้สมองซีกขวาเยอะหน่อย มิฉะนั้นแล้ว เครื่องมือที่มีให้ก็คงไม่ต่างจาก "ดาบซามูไรในห้องครัว เอาไว้หั่นผักอย่างเดียว" หรอกนะครับ

อิอิ...

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เมล์เดิมซ้ำ ๆ ตอกย้ำกันอยู่อย่างนี้ ทำให้เร็วขึ้นอีก ด้วย Email Templates ดีไหม

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพ

อีเมล์ที่่ต้องทำบ่อย ๆ มีเนื้อหา หัวข้อ ประโยคคีย์เวิร์ด ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่นเมล์ขอบคุณลูกค้า เมล์นัดประชุม คุณรู้สึกเบื่อไหมครับ ที่จะต้องทำเมล์พวกนี้ซำซาก ฉายหนังซื้ำไปซ้ำมา ถ้าเราจะต้องทำงานกับเมล์พวกนี้ประจำ มาหาวิธีทำงานให้เร็วขึ้นกันดีไหม

วิธีแบบบ้าน ๆ ก๊อปวางและแก้ไข คือก๊อปปี้เมล์เดิมมาทั้งฉบับแล้วแก้ไขเฉพาะคีย์เวิร์ดที่เปลี่ยนแปลง เสร็จแล้วส่ง...

ออกจะเป็นวิธีแบบดิบ ๆ ไปสักนิด แต่เชื่อว่าหลายท่านนิยมใช้วิธีนี้..ผมก็เหมือนกัน

วิธีแบบคลาสสิค คือสร้าง template เก็บไว้ เมื่อใช้งานก็ใส่เฉพาะตำแหน่งที่ต้องการ อาจจะไฮไลน์ข้อความไว้แล้วเปลี่ยนเองหรือให้คลาสสิคมากกว่านั้นคือโปรแกรมบอกมาเลยว่าจะให้ใส่ตรงไหน ...ตูจะใส่เองให้เจ๋งไปเลยใช่ไหมครับ

ครับ วิธีการสร้าง template ใน Outlook 2003 ทำได้น่าฉงนทีเดียว แต่เจ้า ZCS กลับทำให้น่าฉงนได้ยิ่งกว่า..

เพราะทำได้ถึงสองตำแหน่งคือ mail template และ calendar template แบบควบคลาสสิคและคลาสสิคยิ่งกว่า

ด้วย Email Templates Zimlet

Zimlet ตัวนี้จะใส่ข้อความให้คุณเองทั้ง Subjec และ Content โดยสร้างมาโครให้เราใส่เฉพาะจุดเปลี่ยนที่สำคัญด้วยรูปแบบง่าย ๆ เป็นกล่องโชว์ขึ้นมาเลยว่าให้เราใส่อะไรตรงไหน แม้กระทั้งในการสร้าง Appointment ใน Calendar ก็สร้างเทมเพลตให้ใส่เฉพาะส่วนสำคัญได้เช่นกัน ทำให้การส่งเมล์แบบมีเนื้อหาเดิม ๆ ได้เร็วขึ้น การทำงานก็สนุกไม่น่าเบื่อ ความซ้ำซากเดิม ๆ ก็จะหายไป

แต่แล้วทุก ๆ อย่าง สุดท้ายก็ไม่ต่าง เธอกลับมาทำเมล์เดิมอีกครั้ง ตอกย้ำที่ข้อความเดิม...

จะหมดไป

Email Templates Zimlet ใช้อย่างไร

1. ก่อนอื่นไปดาวน์โหลดไฟล์ com_zimbra_emailtemplates.zip มาก่อนจาก http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/email-templates ทำการ deploy ในหมวด Zimlet หน้า browser ของ Admin

2. ที่ Webmail client ของผู้ใช้จะปรากฏแทบเครื่องมือ Template เคียงคู่ Sent,Cancel ในหมวดหมู่ Mail
และ Calendar

3. สร้างโฟลเดอร์เมล์เปล่า ๆ ตั้งชือว่า "Mail Template" อะไรก็ได้ ให้สื่อความหมายว่าเป็น Template แล้วกัน สร้างเมล์ต้นแบบเป็น template ขึ้นมาให้เก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เราสร้างขั้นมานั้น

3.1 รูปแบบ Template ตรงข้อความที่เราจะเปลี่ยนแปลงให้ใส่รูปแบบเป็น ${ตัวแปร} เช่น
${Subject} -> หัวข้อเมล์ที่จะเปลี่ยนในหัวข้อว่า Subject:
${From} -> ระบุว่าเมล์นี่โดยใคร
${To} -> ชื่อผู้รับในเมล์
$(Tdate} -> วันเวลาที่จะบุในเมล์เป็นต้น



4. คลิกแทบ Template ตั้งค่า Preferences ชี้ไปยังตำแหน่งโฟลเดอร์ที่เก็บเมล์ Template นั้นไว้


5. การใช้งานเปิด email ขึ้นมาเขียนใหม่โดยปกติ
5.1 คลิกเลือก Template จะปรากฏรายการเมล์ที่เป็น template ให้เลือก โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใส่ body,body & subject , หรือ body , subject & participarts ก็ได้


5.2 จะปรากฏหน้าต่าง Replace Template Data ให้ใส่ข้อความโชว์ขึ้นมา เมื่อใส่ครบแล้วก็ให้ OK และแล้วเราจะได้เมล์ฉบับพร้อมส่งทันที

คงได้เห็นแนวทางการใช้ Zimbra ประยุกต์กับเมล์ที่ต้องส่งข้อความเดิมซ้ำๆได้มากขึ้นนะครับ

เป็นเมล์ทำซ้ำซ้ำ ที่ย้ำอยู่ในหัวใจ
เคยทำอยู่อย่างไร ก็จะทำอยู่อย่างนั้น
เป็นการทำซ้ำล้ำลึก จนหนักเกินรับไหว
ไม่รู้ทำไม ใยฉันทำซ้ำแบบนี้ ... ไม่เข้าใจ


อิอิ...


Step By Step ดาวน์โหลด PDF
ได้จากหน้า Download นะครับ

เอวัง...

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
http://gallery.zimbra.com/type/zimlet/email-templates

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ลางานผ่าน Zimbra Calendar แบบนี้รับได้ไหม

คุณผู้อ่าน...ท่านที่เคารพ

การลาหยุดงานเป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นลากิจ ลาพักร้อน ลาป่วย คุณๆท่านๆที่เป็นหัวหน้างานเมื่อลูกน้องเขียนใบลา ร้อยทั้งร้อยก็ต้องอนุมัติให้ หรืออาจมียับยั้งบ้าง ก็เพราะมันสุดวิสัยจริง ๆ ที่ดันลาหยุดวันเดียวกันพร้อม ๆ กันโดยมิได้นัดหมาย เหลือแต่ท่านนั่งทำงานโด่อยู่คนเดียว "ไม่รู้ซิครับ ว่าวันนี้ก็มีคนลาหยุดด้วย" มักจะเจอคำตอบแบบนี้เสมอเมื่อลูกน้องลาหยุดตรงกัน ท่านจะมีวิธีจัดการการลาล่วงหน้าใม่ให้ตรงกันได้อย่างไรครับ...

แต่ละท่านก็น่าจะมีวิธีการของตนเอง... สำหรับผู้ที่ใช้ Zimbra (ZCS) มาดูวิธีบริหารการลาด้วย Zimbra Calendar ในรูปแบบของ IT3+ สักนิดดีไหม

โจทก์ที่ผมให้ Zimbra จัดการให้คือ

1. ห้ามหยุดพร้อมกันในวันเดียวกัน
2. เพราะฉะนั้นถ้าใครลาหยุดวันไหน ก็ควรวางแผนล่วงหน้าได้จากปฏิทินการลา โดยมีข้อมูลวันลาของคนอื่นให้เห็นด้วย
3. การลาต้องได้รับการอนุมัติก่อน
4. ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่มีเอกสาร (โชคดีผมเป็นฝ่ายบุคคลด้วย)

คุณคิดว่า zimbra จะจัดการให้ผมอย่างไรครับ... หรือว่าเป็นไปไม่ได้ (เมล์นะพี่ ไม่ใช่โปรแกรมบริหารงานบุคคล)

งานนี้ผมใช้ Calendar บวกกับ Sharing ธรรมดาเลยครับ

Concept คือ

1. สร้างปฏิทินขึ้นมาชื่อว่า "ปฏิทินสำหรับการลางาน ฝ่าย.."
2. Sharing ปฏิทินไปยังพนักงานในฝ่ายทุกคน ให้ทุกคน Accept
3. ใช้ Appointment เป็นหัวข้อการลา
4. ตั้งกฏว่าการลางาน ยกเว้นลาป่วย ให้ลาล่วงหน้าสามวัน (เพื่อการวางแผน) โดยยึดเอาวันที่ๆทำ Appointment ลบกับวันที่ลา
5. ถ้าหัวหน้ายังไม่มีสถานะเป็น Accepted ถือว่ายังไม่ได้รับการอนุมติ
6. ให้ลูกน้องที่ลาดูว่า Appointment นั้น ได้รับการ Accepted แล้วหรือยังถ้าเกินหนึ่งวันให้รีบติดต่อผ่านเมล์ทันที
7. วันที่ลานั้นถ้าเห็นว่ามีคนอื่นลาแล้ว จะลาอีกไม่ได้ ถ้าจำเป็นให้ไปเครียร์กันก่อนว่าใครจะลา

เป็นไงครับ concept เท่านี้้ ลูกน้องก็สามารถวางแผนการลางานได้ งานใหญ่ของบริษัทก็ไม่เสียหาย แฮปปี้กันทุกฝ่าย

คราวหน้าผมจะ step by step ของจริงมาให้ดูกัน

ว่าแต่ ลางานผ่าน Zimbra Calendar แบบนี้ รับได้ไหม....อิอิ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More